ข่าวประชาสัมพันธ์

(ข่าวที่392/2569)วศ.อว. ร่วมเสวนา “Green Transition” เชื่อมงานวิจัย–มาตรฐาน ยกระดับศักยภาพภาคการผลิตไทย

392 2569
     วันที่ 24 กันยายน 2569 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.กนิษฐ์ ตะปะสา นักวิทยาศาสตร์ทรงคุณวุฒิ ร่วมเสวนาหัวข้อ “Green Transition: พลิกโฉมวิจัยไทย ขับเคลื่อนภาคผลิตสู่ความยั่งยืน”ร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานด้านการวิจัยและภาคการผลิต แลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนภาคการผลิตของประเทศ ภายในงาน การประชุมบุคลากรไทยที่มีความสามารถระดับสูง ประจำปี 2569 ครั้งที่ 3 (Thailand Talent Summit 2026) ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติพีช (PEACH) พัทยา จังหวัดชลบุรี
     ดร.กนิษฐ์ กล่าวว่า การผลักดันงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ จำเป็นต้องวางเรื่องมาตรฐานไว้ตั้งแต่ต้นทางของการวิจัย โดยคำนึงถึงความต้องการของตลาด ผู้ประกอบการและผู้บริโภค ตลอดจนข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์สอดคล้องทั้งมาตรฐานสินค้าและวิธีการทดสอบ หากผลิตภัณฑ์นวัตกรรมยังไม่มีมาตรฐานรองรับ ควรผลักดันให้เกิดการจัดทำมาตรฐานที่เหมาะสม เพื่อสร้างการยอมรับและเปิดโอกาสให้งานวิจัยก้าวสู่ตลาดได้อย่างเป็นรูปธรรม
     ในส่วนของ วศ. มีบทบาทสำคัญในการเสริมความเข้มแข็งของโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพ ทั้งการยกระดับความสามารถของห้องปฏิบัติการ การสอบเทียบเครื่องมือ การใช้วัสดุอ้างอิง และการควบคุมคุณภาพ รวมถึงการสนับสนุนห้องปฏิบัติการสู่มาตรฐาน ISO/IEC 17025 และการพัฒนาเครือข่ายห้องปฏิบัติการ โดยเฉพาะในมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยในภูมิภาค ผ่านกลไกต่าง ๆ อาทิ DSS Recognized เพื่อให้สามารถรองรับผลิตภัณฑ์และความต้องการของแต่ละพื้นที่ได้อย่างเพียงพอ ควบคู่กับการขับเคลื่อนความร่วมมือภายใต้โครงการ “ลมใต้ปีก” ร่วมกับ สมอ. อย. สกสว. และ NIA เพื่อบูรณาการกลไกด้านมาตรฐาน การทดสอบ การกำกับดูแล และการส่งเสริมเชิงพาณิชย์ ช่วยปลดล็อกข้อจำกัดและผลักดันผลงานวิจัยที่มีศักยภาพไปสู่การใช้ประโยชน์จริง
     การเสวนาครั้งนี้ มุ่งเน้นการขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ โดยเชื่อมโยงตลอด ห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนในฐานะผู้ผลิตวัตถุดิบ ผู้ประกอบการ ไปจนถึงตลาดและผู้บริโภค เพื่อให้ทุกภาคส่วนขับเคลื่อนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปในทิศทางเดียวกัน นำไปสู่การยกระดับผลิตภัณฑ์ให้ได้รับการยอมรับ พร้อมเสริมศักยภาพภาคการผลิตไทยให้สามารถแข่งขันได้ บนพื้นฐานของคุณภาพและมาตรฐาน

ดูรูปภาพเพิ่มเติมคลิก>>

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศูนย์สื่อสารยุทธศาสตร์ สำนักงานเลขานุการกรม : กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

เลขที่ 75/7 ถนนพระรามที่ 6 ราชเทวีกรุงเทพฯ 10400 โทร 0 2201 7095-8 โทรสาร 0 2201 7470 e-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

www.facebook.com/DSSTHAISCIENCE , www.facebook.com/ScienceDoctor

(ข่าวที่391/2569)วศ.อว. คว้ารางวัล Outstanding Research Organization Award 2026 มอบโดยรองนายกฯ และ รมว.อว. "ศ.ดร.ยศชนันฯ" พร้อมโชว์ผลงานวิจัยขับเคลื่อน ววน. สู่การใช้ประโยชน์ ในงาน Thailand Talent Summit 2026

391 2569

     วันที่ 23 กันยายน 2569 ดร.พจมาน ท่าจีน อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะผู้บริหารและนักวิจัยเข้าร่วมการประชุมบุคลากรไทยที่มีความสามารถระดับสูง ประจำปี 2569 ครั้งที่ 3 หรือ Thailand Talent Summit 2026 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติพีช (PEACH) พัทยา จังหวัดชลบุรี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–25 กันยายน 2569 ภายใต้แนวคิด “Fostering Thailand Future; Advancing Innovation and National Impact” เพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจากทั่วประเทศ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์
    การจัดงานครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นผู้มอบรางวัลเพื่อยกย่องหน่วยงานที่มีผลงานโดดเด่นด้านการวิจัยและการขับเคลื่อนระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดย ดร.พจมาน ท่าจีน อธิบดี วศ. ขึ้นรับรางวัล “Outstanding Research Organization Award 2026” ภายในงานดังกล่าว
      นอกจากนี้ วศ.อว. ยังร่วมจัดแสดงนิทรรศการผลงานภายใต้ Theme Soft Power นำเสนอผลงาน “การบูรณาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการอนุรักษ์ สืบสานมรดกทางวัฒนธรรมไทย : ถอดสูตรกระเบื้องเคลือบโบราณขั้นสูงสำหรับการบูรณปฏิสังขรณ์เจดีย์โบราณและศาลเจ้าจีนในประเทศไทย” ซึ่งนำองค์ความรู้ด้านเซรามิกและวัสดุศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์คุณสมบัติทางกายภาพและเคมี รวมถึงวิจัยและพัฒนากระบวนการผลิตกระเบื้องประดับ เพื่อให้ได้วัสดุบูรณะที่มีคุณภาพและเหมาะสมสำหรับงานอนุรักษ์โบราณสถานและโบราณวัตถุ โดยสามารถพัฒนาสูตรกระเบื้องเคลือบสำหรับการบูรณปฏิสังขรณ์หอระฆัง (เจดีย์ยักษ์) วัดพระยาทำวรวิหาร และศาลเจ้าเกียนอันเกง กรุงเทพมหานคร จำนวน 9 เฉดสี บนเนื้อดินเซรามิก 3 ชนิด โดยใช้วัตถุดิบและทรัพยากรที่สามารถจัดหาได้ภายในประเทศ นอกจากช่วยอนุรักษ์คุณค่าของโบราณสถานและศิลปหัตถกรรมแล้ว ยังเป็นการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม เชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์
     พร้อมกันนี้ นักวิจัยกรมวิทยาศาสตร์บริการยังร่วมนำเสนอผลงานวิจัยในรูปแบบโปสเตอร์ (Poster Presentation) จำนวน 4 ผลงาน ครอบคลุมการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ตั้งแต่การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม การพัฒนาวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงนวัตกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพ ประกอบด้วย
    “การพัฒนาฐานข้อมูลสีเคลือบเซรามิกประวัติศาสตร์และเกณฑ์ข้อกำหนดคุณลักษณะเพื่อยกระดับการบูรณะมรดกทางวัฒนธรรมไทยในกรุงเทพมหานคร” ผลงานโดย ดร.สุทธิมา ศรีประเสริฐสุข นำองค์ความรู้ด้านเซรามิกและวัสดุศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์และพัฒนาสูตรกระเบื้องเคลือบโบราณจากโครงการประดับกระเบื้องเคลือบหอระฆัง (เจดีย์ยักษ์) วัดพระยาทำวรวิหาร ให้มีความคงทนและใกล้เคียงกับของเดิม พร้อมจัดทำฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์และบูรณะโบราณสถานและโบราณวัตถุของชาติอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ
    “การพัฒนาคอนกรีตแห้งสำเร็จรูปจากมวลรวมคอนกรีตและมอร์ตาร์รีไซเคิล 100%” ผลงานวิจัยของ ดร.จรูญ จันทร์สมบูรณ์ และคณะ โดยมี ดร.พิจิกา มูลอำคา สถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ เป็นผู้นำเสนอ นำนวัตกรรมการใช้เศษวัสดุก่อสร้างเป็นมวลรวม 100% มาผลิตคอนกรีตแห้งสำเร็จรูป ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ช่วยลดขยะจากภาคก่อสร้างและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ โดยผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติผ่านมาตรฐาน มอก. 3202-2564 และพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ผู้ประกอบการ
    “การยกระดับสมุนไพรไทย ‘พญายอ’ ด้วยอนุภาคแก้วชีวภาพนาโนเพื่อการประยุกต์ใช้ทางการแพทย์” ผลงานของ ดร.อุษณีย์ พันธุลาภ นางสุบงกช ทรัพย์แตง นางสาวปัทมาพร จิตปรีดี และดร.ณัฐวัลคุ์ แสวงบุญ ผสานสารสกัดพญายอกับอนุภาคแก้วชีวภาพนาโน เพื่อเพิ่มศักยภาพสมุนไพรไทยสู่การประยุกต์ใช้ทางการแพทย์ โดยวัสดุที่พัฒนาขึ้นมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และต้านเชื้อแบคทีเรีย มีความเข้ากันได้ทางชีวภาพ และมีศักยภาพต่อยอดสู่การใช้งานด้านวิศวกรรมเนื้อเยื่อกระดูกในอนาคต
     และ “นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เซรามิกต้านเชื้อสำหรับอุปกรณ์สปาและแพทย์ทางเลือก” พัฒนาอุปกรณ์เซรามิกต้านเชื้อจุลชีพด้วยเทคนิคกักเก็บอนุภาคเงิน (Ag) ในชั้นดินเกาลิน ซึ่งสามารถทนการเผาที่อุณหภูมิสูงถึง 1,230°C โดยไม่สูญเสียคุณสมบัติการต้านเชื้อ ผ่านการทดสอบว่าสามารถฆ่าเชื้อได้จริงและไม่เป็นพิษต่อเซลล์ เพื่อยกระดับความปลอดภัยของอุปกรณ์สปาและการแพทย์ทางเลือก

ดูรูปภาพเพิ่มเติมคลิก>>

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศูนย์สื่อสารยุทธศาสตร์ สำนักงานเลขานุการกรม : กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

เลขที่ 75/7 ถนนพระรามที่ 6 ราชเทวีกรุงเทพฯ 10400 โทร 0 2201 7095-8 โทรสาร 0 2201 7470 e-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

www.facebook.com/DSSTHAISCIENCE , www.facebook.com/ScienceDoctor

(ข่าวที่390/2569)วศ.อว. เปิดเวทีระดมสมองแก้โจทย์ปัญหาองค์กร มุ่งหา "Quick Win" ขับเคลื่อนสถาปัตยกรรมองค์กร (EA) ปูทางสู่รัฐบาลดิจิทัล

390 2569

     เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อระดมความคิดเห็นต่อ "(ร่าง) รายงานสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture: EA) ในสภาพปัจจุบัน (As-Is Architecture)" ณ ห้องประชุมวิทยวิถี ชั้น 6 อาคารตั้ว ลพานุกรม กรมวิทยาศาสตร์บริการ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.พจมาน ท่าจีน อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม และดร.ภูวดี ตู้จินดา ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีดิจิทัลวิทยาศาสตร์บริการ เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนจาก 10 สถาบันและ 2 กลุ่มงานเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
   Workshop ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการจ้างพัฒนาระบบและออกแบบสถาปัตยกรรมองค์กรของ วศ. มุ่งหาแนวทางแบบ "Quick Win" ทั้งกรณีที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณและกรณีที่ไม่มีข้อจำกัด เพื่อให้ข้อเสนอที่ได้นำไปดำเนินการได้ทันทีในระยะสั้น และใช้ประกอบการวางแผนพัฒนาในระยะต่อไป
ภายในงานเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมร่วมคิด วิเคราะห์ และเสนอทางแก้จากสถานการณ์จริงในองค์กร ครอบคลุมสถาปัตยกรรมองค์กรทั้ง 5 ด้าน
     ช่วงแรกของ Workshop หยิบยก 9 โจทย์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับกระบวนงานและระบบสารสนเทศของ วศ. มาร่วมวิเคราะห์ ตัวอย่างเช่น การรับ-ส่งเอกสารผ่านหลายช่องทางที่ยังไม่เป็นระบบเดียวกัน กระบวนงานดิจิทัลที่ยังต้องพึ่งพาเอกสารกระดาษ และการลงทะเบียนผู้รับบริการซ้ำซ้อน นอกจากนี้ยังมีประเด็นด้านการจัดสรรบุคลากรให้สอดคล้องกับภาระงาน การใช้บัญชีหรือพื้นที่จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลในการทำงาน ระบบที่พัฒนาแยกส่วนจนเชื่อมโยงหรือย้ายข้อมูลกันไม่ได้ รวมถึงการลงทุนด้านแอปพลิเคชันที่มีความไม่คุ้มค่า ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่าในอนาคตต้องมีการพัฒนาระบบที่รองรับกระบวนงานแบบ End-to-End ได้อย่างแท้จริง
     ช่วงต่อมาเป็น Workshop ด้าน Data & Technology Architecture อีก 9 ประเด็น ตั้งแต่ข้อมูลกระจายอยู่ในหลายระบบ ข้อมูลประเภทเดียวกันแต่ไม่ตรงกันหรือไม่เป็นปัจจุบัน ไปจนถึงการขาดมาตรฐานข้อมูลร่วมกัน ผู้เข้าร่วมยังพูดคุยถึงความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล อุปกรณ์ที่เข้าสู่ช่วง End-of-Life หรือ End-of-Support ความเพียงพอของ Network Capacity และ Bandwidth รวมถึงระบบสำรองและกู้คืนข้อมูล (Backup & Restore) ซึ่งสอดคล้องกับผลวิเคราะห์ As-Is ก่อนหน้านี้ที่เคยชี้ปัญหาข้อมูลกระจัดกระจายและการขาด Data Catalog ไว้เช่นกัน
      นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมด้าน Security Architecture ให้ผู้เข้าร่วมร่วมพูดคุยในประเด็นต่าง ๆ เช่น พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ตลอดจนการบริหารจัดการ Firewall, Endpoint และความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยในภาพรวม เพื่อให้การพัฒนาดิจิทัลของ วศ. เดินหน้าควบคู่กับการคุ้มครองข้อมูลอย่างเหมาะสม
      ช่วงท้ายของการประชุมมีการสรุปผลการระดมความคิดเห็น พร้อมนำเสนอแนวทางการกำกับดูแลสถาปัตยกรรมองค์กร (EA Governance) และตัวชี้วัดเพื่อยกระดับวุฒิภาวะ (Maturity Level) ด้าน EA โดยตั้งเป้าหมายพัฒนาไปสู่ระดับ 3 ระยะกำหนดมาตรฐาน (Defined – Level 3) ซึ่งจะทำให้ วศ. มีนโยบาย กระบวนการ มาตรฐาน ผู้รับผิดชอบ และกลไกการกำกับดูแลด้าน EA ที่ชัดเจน ครอบคลุมสถาปัตยกรรมทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ Business, Data, Application, Technology และ Security Architecture
พร้อมกันนี้ ยังได้แนะนำระบบสถาปัตยกรรมองค์กรของ วศ. ซึ่งรองรับการนำเข้าข้อมูลสถาปัตยกรรมทั้ง 5 ด้าน และแสดงความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างกระบวนงาน ข้อมูล ระบบสารสนเทศ เทคโนโลยี และความมั่นคงปลอดภัยได้อย่างเป็นระบบ โดยมีกำหนดจัดฝึกอบรมการใช้งานระบบในวันที่ 29 ตุลาคม 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้เกี่ยวข้องนำไปใช้บริหารจัดการข้อมูล EA ของ วศ. ได้อย่างต่อเนื่อง
      ข้อเสนอ Quick Win และความคิดเห็นจากผู้ปฏิบัติงานในครั้งนี้ จะถูกนำไปสังเคราะห์เพื่อปรับปรุงรายงานสถาปัตยกรรมองค์กรในสภาพปัจจุบันฉบับสมบูรณ์ และใช้เป็นฐานสำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป เพื่อให้การลงทุนและการพัฒนาดิจิทัลของ วศ. เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ลดความซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่องค์กรดิจิทัลและการให้บริการภาครัฐในยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ดูรูปภาพเพิ่มเติมคลิก>>

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศูนย์สื่อสารยุทธศาสตร์ สำนักงานเลขานุการกรม : กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

เลขที่ 75/7 ถนนพระรามที่ 6 ราชเทวีกรุงเทพฯ 10400 โทร 0 2201 7095-8 โทรสาร 0 2201 7470 e-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

www.facebook.com/DSSTHAISCIENCE , www.facebook.com/ScienceDoctor

 

(ข่าวที่389/2569)วศ. เข้าร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันสถาปนากรมประมง ครบรอบ 100 ปี

 

389 2569
      เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 นายสมภพ ลาภวิบูลย์สุข ผู้อำนวยการศูนย์ห้องปฏิบัติการอ้างอิงชีวภาพ สถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ ผู้แทนกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) เข้าร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันสถาปนากรมประมง ครบรอบ 100 ปี พร้อมมอบเงินบริจาคเพื่อสมทบกองทุนสวัสดิการกรมประมง เพื่อใช้ในการสาธารณประโยชน์ โดยมีนางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เป็นผู้รับมอบ ณ กรมประมง เกษตรกลาง กรุงเทพมหานคร

ดูรูปภาพเพิ่มเติมคลิก>>

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศูนย์สื่อสารยุทธศาสตร์ สำนักงานเลขานุการกรม : กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

เลขที่ 75/7 ถนนพระรามที่ 6 ราชเทวีกรุงเทพฯ 10400 โทร 0 2201 7095-8 โทรสาร 0 2201 7470 e-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

www.facebook.com/DSSTHAISCIENCE , www.facebook.com/ScienceDoctor

(ข่าวที่388/2569)วศ. ร่วมเวที กสทช. รับฟังความคิดเห็นการจัดสรรคลื่นความถี่ ITS หนุนขับเคลื่อนระบบคมนาคมและยานยนต์อัจฉริยะของประเทศ

388 2569
     วันที่ 18 กันยายน 2569 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เข้าร่วมการประชุมรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับระบบคมนาคมอัจฉริยะ (Intelligent Transport System: ITS) บทเรียนจาก C-V2X และ DSRC ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กรรมการ กสทช. เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม ณ ห้องบอลรูม 1 โรงแรม ดิ เอ็มเมอรัลด์ กรุงเทพมหานคร
   การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับพัฒนาการของระบบ ITS ตลอดจนแนวทางการจัดสรรคลื่นความถี่และการพัฒนาระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เกี่ยวข้องทั้งในมิติด้านนโยบาย กฎหมาย เทคโนโลยี นวัตกรรม และบทเรียนจากเทคโนโลยีระดับสากล เช่น C-V2X และ DSRC เพื่อรองรับทิศทางการพัฒนาระบบการจราจรและขนส่งอัจฉริยะของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม
    ในโอกาสนี้ ผู้บริหารของกรมวิทยาศาสตร์บริการ ประกอบด้วย ดร.ภูวดี ตู้จินดา ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีดิจิทัลวิทยาศาสตร์บริการ เป็นผู้แทนกรมวิทยาศาสตร์บริการเข้าร่วมรับฟังการประชุม พร้อมด้วย ดร.ปาษาณ กุลวานิช ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมหุ่นยนต์และยานยนต์อัตโนมัติ ได้รับเชิญเข้าร่วมเป็นวิทยากรผู้แทนกระทรวง อว. ในเวทีเสวนาหัวข้อ “Shaping Thailand's ITS Ecosystem: A Multi-Stakeholder Dialogue” ร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานหลัก ได้แก่ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม และสมาคมยานยนต์ไทย
     บนเวทีเสวนา ดร.ปาษาณ กุลวานิช ได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลการดำเนินโครงการด้าน ITS ที่ วศ. กำลังขับเคลื่อน พร้อมสะท้อนมุมมองเชิงลึกด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพและการทดสอบ เพื่อสนับสนุนระบบนิเวศยานยนต์อัตโนมัติและการขนส่งอัจฉริยะของประเทศให้เติบโตอย่างปลอดภัยและมีมาตรฐานสากล โดย วศ. มุ่งมั่นประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันและคุณภาพชีวิตของประชาชนต่อไป

ดูรูปภาพเพิ่มเติมคลิก>>

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศูนย์สื่อสารยุทธศาสตร์ สำนักงานเลขานุการกรม : กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

เลขที่ 75/7 ถนนพระรามที่ 6 ราชเทวีกรุงเทพฯ 10400 โทร 0 2201 7095-8 โทรสาร 0 2201 7470 e-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

www.facebook.com/DSSTHAISCIENCE , www.facebook.com/ScienceDoctor

  1. (ข่าวที่387/2569)วศ. ร่วมงาน AUM & SATI 2026 เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์ขั้นสูงสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมไทย
  2. (ข่าวที่385/2569)กรมวิทยาศาสตร์บริการ ร่วมพิธีลงนามแสดงเจตจำนง อว.–ทส. ผนึกกำลัง ววน. พัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่ Nature Positive
  3. (ข่าวที่384/2569)วศ. ร่วมพิธีประกาศเกียรติคุณและแสดงมุทิตาจิตผู้เกษียณอายุราชการ อว. ประจำปี 2569
  4. (ข่าวที่383/2569)วศ. ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและทำบุญตักบาตร น้อมถวายเป็นพระกุศลแด่ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” เนื่องในวาระครบ 100 วันแห่งการสิ้นพระชนม์
  5. (ข่าวที่382/2569)วศ. จัดประชุมวิชาการ QI-NetS 2026 เปิดเวที 7 ผลงานวิจัย เสริมพลังเครือข่ายห้องปฏิบัติการไทย ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ
  6. (ข่าวที่381/2569)กรมวิทยาศาสตร์บริการจัด ประชุมเชิงปฏิบัติการ เสริมความรู้การใช้งานระบบตรวจความซ้ำซ้อนโครงการวิจัยของ สกสว.
  7. (ข่าวที่380/2569)วศ.อว. ร่วมงานเปิด TILSNA ขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ไทยสู่ระดับสากล
  8. (ข่าวที่379/2569)กรมวิทยาศาสตร์บริการ เดินหน้า “ชนบทโมเดล” ร่วมมือท้องถิ่นจัดทำร่างประกาศเทศบาล/ตำบล เรื่องข้อแนะนำการระบายน้ำเสีย/น้ำทิ้งจากการย้อมสีเส้นใยธรรมชาติ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  9. (ข่าวที่378/2569)กรมวิทยาศาสตร์บริการ เปิดปฏิบัติการทดสอบยานยนต์ไร้คนขับระดับ 4 ครั้งแรกของไทย มุ่งใช้ข้อมูลจริงหนุนนโยบายยานยนต์อัตโนมัติ
  10. (ข่าวที่377/2569)กรมวิทยาศาสตร์บริการ เดินหน้าสร้างแกร่งความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ขับเคลื่อนมุ่งยกระดับความมั่นคงปลอดภัยด้วยแนวคิด “ ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Zero Trust) ”