ข่าวประชาสัมพันธ์

(ข่าวที่336/2569)“วศ. ระดมผู้ทรงคุณวุฒิกลั่นกรองแผนงานวิจัยปี 2571 มุ่งยกระดับงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริงตอบโจทย์ประเทศ”

336 2569
    กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) โดย กลุ่มนโยบายและยุทธศาสตร์ สถาบันยุทธศาสตร์และแผนวิทยาศาสตร์บริการ (นย.สยผ.) จัดการอภิปรายเพื่อกลั่นกรองและให้ข้อเสนอแนะแผนงาน/โครงการวิจัยและพัฒนาของ วศ. ประจำปีงบประมาณ 2571 ระหว่างวันที่ 4–14 สิงหาคม 2569 ณ กรมวิทยาศาสตร์บริการ และผ่านระบบ Zoom โดยมี ดร.กนิษฐ์ ตะปะสา นักวิทยาศาสตร์ทรงคุณวุฒิ เป็นประธานการอภิปรายฯ พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานวิจัยภาครัฐ องค์การมหาชน และสถาบันอุดมศึกษา รวม 10 ท่าน ร่วมพิจารณาให้ข้อคิดเห็นในมิติทางวิชาการ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนประเมินความคุ้มค่าของแผนงาน/โครงการผ่านแนวคิด Impact Pathway และ Business Model Canvas
    การอภิปรายฯ ครอบคลุม 5 แผนงานวิจัยสำคัญ ได้แก่ 1) การวิจัยอาหารแห่งอนาคตและเศรษฐกิจชีวภาพมูลค่าสูง 2) การวิจัยสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจสีเขียว และสังคมคาร์บอนต่ำ 3) การวิจัยระบบอัจฉริยะ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีดิจิทัล 4) การวิจัยวัสดุขั้นสูงและนวัตกรรมทางการแพทย์ และ 5) การวิจัยนวัตกรรมเชิงพื้นที่เพื่อเศรษฐกิจยั่งยืน
     ผู้ทรงคุณวุฒิเน้น “บูรณาการงานวิจัย–ตอบโจทย์ประเทศ–ใช้ประโยชน์ได้จริง”
   จากการอภิปรายและให้ข้อเสนอแนะ ผู้ทรงคุณวุฒิได้เสนอแนวทางสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพแผนงานและโครงการวิจัยของ วศ. โดยสามารถสรุปเป็นประเด็นสำคัญได้ ดังนี้
1. ยกระดับการออกแบบแผนงานจากโครงการย่อยสู่เป้าหมายร่วมที่ชัดเจน
ผู้ทรงคุณวุฒิเห็นด้วยกับแนวทางการรวมโครงการย่อยเป็นแผนงานขนาดใหญ่ แต่ควรสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกิจกรรมให้เป็นกระบวนการเดียวกัน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าผลลัพธ์จากโครงการหนึ่งจะส่งต่อไปสู่โครงการหรือกิจกรรมอื่นอย่างไร โดยแผนงานควรมีเป้าหมายร่วม ตัวชี้วัดผลลัพธ์ และการจัดลำดับความสำคัญที่ชัดเจน ไม่ใช่เพียงการนำ KPI ของแต่ละโครงการย่อยมารวมกัน
2. มุ่งวิจัยจาก “ความต้องการของผู้ใช้” และ Pain Point ของประเทศ
    ผู้ทรงคุณวุฒิเน้นให้ปรับแนวคิดการจัดทำข้อเสนอโครงการจากการขับเคลื่อนด้วยความเชี่ยวชาญหรือองค์ความรู้ที่มีอยู่ของนักวิจัย (Supply-Driven) ไปสู่การตอบสนองความต้องการจริงของผู้ใช้ประโยชน์ ตลาด หน่วยงานกำกับดูแล และปัญหาสำคัญของประเทศ (Demand-Driven) โดยควรมีข้อมูล Need Assessment หลักฐานจากผู้ใช้ประโยชน์หรือผู้ประกอบการ และข้อมูลตลาดรองรับการกำหนดโจทย์วิจัย เพื่อให้ผลงานได้รับการยอมรับและเกิดการนำไปใช้จริง
3. ใช้จุดแข็งและโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของ วศ. ให้เกิดความโดดเด่น
   ผู้ทรงคุณวุฒิเสนอให้ วศ. มุ่งเน้นโจทย์ที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ เครื่องมือ และโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีศักยภาพสูง โดยหลีกเลี่ยงงานที่หน่วยงานอื่นสามารถดำเนินการได้ และควรสร้างความชัดเจนว่า “ทำไมต้องเป็น วศ.” เพื่อให้การลงทุนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของกรมสร้างคุณค่าและความแตกต่างอย่างแท้จริง รวมถึงการใช้ศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพของประเทศ (NQI) เช่น การยกระดับห้องปฏิบัติการและการจัดทำวัสดุอ้างอิง (RM) เพื่อปิดช่องว่างของระบบและลดต้นทุนการส่งตัวอย่างไปตรวจสอบในต่างประเทศ
4. ยกระดับงานวิจัยสู่ผลลัพธ์และผลกระทบที่วัดได้
    ผู้ทรงคุณวุฒิเน้นว่า การประเมินความสำเร็จไม่ควรพิจารณาเฉพาะ Output เช่น จำนวนผู้เข้ารับการอบรมหรือจำนวนผลงาน แต่ควรแสดง Outcome และ Impact ที่เกิดขึ้นจริง เช่น การลดต้นทุน การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การลดการส่งตัวอย่างไปตรวจต่างประเทศ หรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้ประโยชน์ พร้อมกำหนดสมมติฐานและตัวเลขเป้าหมายที่สามารถติดตามและประเมินผลได้
5. เพิ่มความเข้มแข็งด้านการประเมินความคุ้มค่าและผลกระทบในมิติต่าง ๆ
    การประเมินความคุ้มค่าควรอยู่บนฐานข้อมูลและหลักวิชาการ โดยเฉพาะการวิเคราะห์สถานการณ์คู่เทียบ (Counterfactual) เพื่อแสดงให้เห็นว่าหากไม่มีโครงการ ประเทศหรือผู้ใช้ประโยชน์จะได้รับผลกระทบอย่างไร รวมทั้งต้องคำนึงถึงผลประโยชน์สุทธิ (Net Change) ต้นทุนเทคโนโลยี ปัจจัยส่วนขาด (Deadweight)
และหลีกเลี่ยงการนับผลประโยชน์ซ้ำซ้อน (Double Counting) เพื่อให้การประเมิน SROI/ผลกระทบมีความน่าเชื่อถือและสะท้อนผลที่เกิดขึ้นจริง
6. ยกระดับคุณภาพข้อเสนอโครงการด้วยข้อมูลวิชาการและเทคโนโลยีที่ทันสมัย
    ผู้ทรงคุณวุฒิให้ความสำคัญกับการทบทวนวรรณกรรมและข้อมูลอ้างอิงที่เป็นระบบ เพื่อยืนยันความทันสมัย ความจำเป็น และความแตกต่างของโจทย์วิจัย รวมถึงการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและทันสมัย ณ ช่วงเวลาที่เริ่มดำเนินโครงการ โดยเฉพาะเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ การใช้ AI ในการจัดทำข้อเสนอโครงการควรอยู่ภายใต้การตรวจสอบและกลั่นกรองโดยนักวิจัย พร้อมให้ความสำคัญกับความถูกต้องของข้อมูลและแหล่งอ้างอิงทางวิชาการ
7. ออกแบบงานวิจัยแบบครบวงจรและมองผลกระทบตลอดวัฏจักรของการดำเนินงาน
    สำหรับงานด้านการตรวจสอบ การวัด และวิเคราะห์ ผู้ทรงคุณวุฒิชี้ให้เห็นความสำคัญของกระบวนการตั้งแต่การเก็บตัวอย่าง วิธีการเก็บ จุดเก็บ และความถี่ในการเก็บตัวอย่าง ไม่ควรพิจารณาเฉพาะความถูกต้องของเครื่องมือหรือผลวิเคราะห์ปลายทางเท่านั้น นอกจากนี้ ควรพิจารณาผลกระทบตลอดวัฏจักรชีวิต (Life Cycle) ของเทคโนโลยีหรือวัสดุ เพื่อให้สามารถป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว และพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์เชิงระบบมากขึ้น
8. เชื่อมโยงงานวิจัยกับเครือข่ายและมาตรฐานระดับนานาชาติ
    ผู้ทรงคุณวุฒิเสนอให้ วศ. เพิ่มบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมตั้งแต่กระบวนการพัฒนาวิธีทดสอบและมาตรฐานระดับสากล แทนการดำเนินงานเฉพาะภายในประเทศ เพื่อยกระดับบทบาทของ วศ. ในฐานะหน่วยงานอ้างอิงด้านวิทยาศาสตร์ วิเคราะห์ ทดสอบ และปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์อื่น ๆ
ของประเทศ พร้อมทั้งปรับโจทย์วิจัยให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและสถานการณ์โลก
9. กำหนดกรอบเวลาและการบริหารจัดการให้คล่องตัว เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ทันสถานการณ์
  ผู้ทรงคุณวุฒิเสนอให้พิจารณาระยะเวลาดำเนินงานให้เหมาะสมกับธรรมชาติของงานวิจัยและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี โดยบางประเด็นอาจต้องเร่งรัดให้เห็นผลภายใน 2–3 ปี และควรจัดลำดับความสำคัญเป็นระยะหรือเฟส เพื่อให้เห็นเส้นทางการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ควรมีกลไกบริหารระดับแผนงาน เช่น งบประมาณสำหรับติดตามและแก้ไขปัญหาระหว่างดำเนินงาน รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิประจำแผนงานเพื่อให้คำแนะนำและเชื่อมโยงความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
10. วางแผนความยั่งยืนและการนำผลงานไปใช้ประโยชน์หลังสิ้นสุดโครงการ
    ทุกโครงการควรแสดงแนวทางการดำเนินงานต่อเนื่องหลังสิ้นสุดระยะเวลาวิจัยอย่างชัดเจน ทั้งหน่วยงานหรือกลุ่มผู้รับผิดชอบที่จะนำผลงานไปใช้ การขยายผล และกลไกสนับสนุนในระยะต่อไป เพื่อให้ผลงานวิจัยสามารถก้าวจากการพัฒนาไปสู่การใช้ประโยชน์จริงและไม่สิ้นสุดลงพร้อมกับโครงการ
“เดินหน้าปรับแผนวิจัยให้ตอบโจทย์ประเทศและสร้างผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม”
      การอภิปรายและข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิในครั้งนี้ จะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับ วศ. ในการนำไปปรับปรุงแผนงาน/โครงการวิจัยและพัฒนาประจำปีงบประมาณ 2571 ให้มีความสอดคล้องกับข้อกำหนดของแหล่งทุน กองทุน ววน. (FF/ST/SF) มีความชัดเจน เชื่อมโยงเป็นระบบ มุ่งตอบสนองความต้องการของประเทศและผู้ใช้ประโยชน์ ตลอดจนสามารถสร้างผลลัพธ์และผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับบทบาทของ วศ. ในการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพด้านการตรวจสอบและรับรอง และการยกระดับมาตรฐานปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ของประเทศ
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นรวม 5 ครั้ง ครอบคลุมทั้ง 5 แผนงานวิจัย มีผู้เข้าร่วมรวมมากกว่า 330 คน แบ่งเป็นผู้เข้าร่วม ณ สถานที่จัดงาน 195 คน และผ่านระบบออนไลน์ 135 คน สะท้อนถึงความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของผู้บริหาร นักวิจัย บุคลากรที่เกี่ยวข้อง และผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วนในการร่วมกันยกระดับทิศทางการวิจัยและพัฒนาของ วศ.
     วศ. มุ่งมั่นนำข้อคิดเห็นและองค์ความรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิมาพัฒนางานวิจัยให้มีคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ และนำไปสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง เพื่อสร้างคุณค่าและผลกระทบที่ยั่งยืนต่อเศรษฐกิจ สังคม และประชาชนต่อไป

ดูรูปภาพเพิ่มเติมคลิก>>

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศูนย์สื่อสารยุทธศาสตร์ สำนักงานเลขานุการกรม : กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

เลขที่ 75/7 ถนนพระรามที่ 6 ราชเทวีกรุงเทพฯ 10400 โทร 0 2201 7095-8 โทรสาร 0 2201 7470 e-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

www.facebook.com/DSSTHAISCIENCE , www.facebook.com/ScienceDoctor

(ข่าวที่335/2569)วศ.อว. ร่วมงาน ASPAC 2026 เวทีเครือข่ายพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เอเชียแปซิฟิก ชูบทบาทการเรียนรู้ตลอดชีวิต

335 2569
    วันที่ 19 สิงหาคม 2569 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.กนิษฐ์ ตะปะสา นักวิทยาศาสตร์ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมการประชุมเครือข่ายพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2569 (Asia Pacific Network of Science and Technology Centres Conference: ASPAC Conference 2026) ภายใต้แนวคิด “Museums: Empowering Future Science Engagement in the Age of Uncertainty” โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. เป็นประธานในพิธีและกล่าวปาฐกถาพิเศษ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเครือข่าย ASPAC และผู้แทนศูนย์วิทยาศาสตร์ทั่วโลก ณ ห้อง Amber 2–3 อาคาร IMPACT Exhibition Center ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี
    การประชุม ASPAC 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–22 สิงหาคม 2569 ควบคู่กับงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569 เป็นเวทีระดับนานาชาติสำหรับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้านพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิทยาศาสตร์จากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลก ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวคิด และนวัตกรรมด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์ โดยมุ่งให้พิพิธภัณฑ์และศูนย์วิทยาศาสตร์ปรับบทบาทเชิงรุก เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับสังคม (Science Engagement) และสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีความหมาย เพื่อจุดประกายความคิดและเตรียมความพร้อมให้ประชาชนและคนรุ่นใหม่ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งส่งเสริมการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

ดูรูปภาพเพิ่มเติมคลิก>>

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศูนย์สื่อสารยุทธศาสตร์ สำนักงานเลขานุการกรม : กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

เลขที่ 75/7 ถนนพระรามที่ 6 ราชเทวีกรุงเทพฯ 10400 โทร 0 2201 7095-8 โทรสาร 0 2201 7470 e-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

www.facebook.com/DSSTHAISCIENCE , www.facebook.com/ScienceDoctor

(ข่าวที่334/2569)วศ. อว. เดินหน้ายกระดับระบบรับรองความสามารถบุคลากรรับมาตรฐานใหม่ ISO/IEC 17024:2026 เสริมความเชื่อมั่นสู่ระดับสากล

334 2569

     กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสถาบันพัฒนานักวิทยาศาสตร์ (สพนว.) เดินหน้ายกระดับระบบการรับรองความสามารถบุคลากรให้สอดคล้องกับมาตรฐาน ISO/IEC 17024:2026 ฉบับใหม่ ซึ่งประกาศใช้ทดแทน ISO/IEC 17024:2012 จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง "ข้อกำหนด ISO/IEC 17024:2026 และการตรวจติดตามคุณภาพภายใน (Internal Audit)" เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกำหนดที่มีการปรับปรุง และเตรียมความพร้อมให้บุคลากรและผู้เกี่ยวข้องสามารถนำมาตรฐานฉบับใหม่ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

      การปรับเปลี่ยนจาก ISO/IEC 17024:2012 สู่ ISO/IEC 17024:2026 ถือเป็นพัฒนาการสำคัญของมาตรฐานสากลด้านการรับรองความสามารถบุคลากร ที่ได้มีการปรับปรุงทางเทคนิคให้สอดรับกับบริบทการรับรองบุคลากรในปัจจุบัน ทั้งการเพิ่มเติมและปรับปรุงคำศัพท์และคำนิยาม การปรับข้อกำหนดให้สอดคล้องกับองค์ประกอบร่วมของมาตรฐานด้านการตรวจสอบและรับรอง (Conformity Assessment) ของ ISO/CASCO รวมถึง การเพิ่มข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) มาใช้ในกระบวนการรับรอง เพื่อให้การนำเทคโนโลยีมาใช้ยังคงรักษาหลักความเป็นธรรม ความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และมีการกำกับดูแลโดยมนุษย์อย่างเหมาะสม
การเปลี่ยนผ่านสู่มาตรฐานฉบับใหม่จึงมีความสำคัญต่อหน่วยรับรองความสามารถบุคลากรโดยตรง เนื่องจากจำเป็นต้องทบทวนและปรับระบบการดำเนินงาน กระบวนการรับรอง การประเมินและการสอบ การบริหารความเป็นกลาง การรักษาความลับ การบริหารทรัพยากร ตลอดจนระบบบริหารงานและการตรวจติดตามคุณภาพภายใน ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือของผลการรับรองและการยอมรับในระดับสากล
     เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 นางสาวปัทมา นพรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนานักวิทยาศาสตร์ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการดังกล่าว ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–19 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30–17.00 น. ในรูปแบบผสมผสาน (Hybrid) ณ ห้อง 319–320 ชั้น 3 อาคารสถาบันพัฒนานักวิทยาศาสตร์ โดยได้รับเกียรติจาก นายรังสรรค์ นิมิตสวรรค์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานแห่งชาติ และ นางสาวศศิวิมล สูงสว่าง ข้าราชการบำนาญ สำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานแห่งชาติ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการประยุกต์ใช้ข้อกำหนดมาตรฐานทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ
การอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน ประกอบด้วย คณะกรรมการนโยบายรับรองความสามารถบุคลากร คณะอนุกรรมการรับรองความสามารถบุคลากร ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมวิชาการเกษตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สมาคมวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รวมถึงบุคลากรสถาบันพัฒนานักวิทยาศาสตร์และบุคลากรหน่วยงานภายในกรมวิทยาศาสตร์บริการ สะท้อนถึงการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมขับเคลื่อนระบบการรับรองความสามารถบุคลากรของประเทศให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของมาตรฐานสากล

     เนื้อหาการอบรมมุ่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกำหนด ISO/IEC 17024:2026 และประเด็นที่มีการปรับเปลี่ยนจากฉบับปี 2012 ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างและการบริหารงานของหน่วยรับรอง การจัดการความเป็นกลางและการรักษาความลับ ทรัพยากรและความสามารถของบุคลากร กระบวนการประเมิน การสมัคร การสอบ การตัดสินให้การรับรอง ตลอดจนการบริหารระบบคุณภาพ พร้อมเสริมสร้างทักษะด้านการตรวจติดตามคุณภาพภายใน (Internal Audit) เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบความสอดคล้องและประสิทธิผลของระบบ รวมถึงค้นหาโอกาสในการปรับปรุงเพื่อรองรับข้อกำหนดของมาตรฐานฉบับใหม่ นอกจากนี้ ผู้เข้าอบรมยังได้ร่วมวิเคราะห์กรณีศึกษาจากการปฏิบัติงานจริง แบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติการตรวจติดตามคุณภาพภายใน การจัดทำรายการตรวจประเมิน การสัมภาษณ์และรวบรวมหลักฐาน การวิเคราะห์และรายงานสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ตลอดจนการติดตามผลการแก้ไข พร้อมนำเสนอผลการวิเคราะห์และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับวิทยากร เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงข้อกำหนดของมาตรฐานฉบับใหม่สู่การปฏิบัติงานจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม

    การยกระดับระบบรับรองความสามารถบุคลากรให้สอดคล้องกับมาตรฐานฉบับใหม่นี้ ไม่เพียงเป็นการธำรงรักษาคุณภาพของกระบวนการรับรอง แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นว่าบุคลากรที่ผ่านการรับรองมีสมรรถนะตามเกณฑ์ที่กำหนดและผลการรับรองมีความน่าเชื่อถือในระดับสากล ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตและบริการ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ (National Quality Infrastructure: NQI) ให้พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจในอนาคตอย่างยั่งยืน

ดูรูปภาพเพิ่มเติมคลิก>>

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศูนย์สื่อสารยุทธศาสตร์ สำนักงานเลขานุการกรม : กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

เลขที่ 75/7 ถนนพระรามที่ 6 ราชเทวีกรุงเทพฯ 10400 โทร 0 2201 7095-8 โทรสาร 0 2201 7470 e-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

www.facebook.com/DSSTHAISCIENCE , www.facebook.com/ScienceDoctor

(ข่าวที่333/2569)พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ในการวางพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.4 เนื่องใน “วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ” 18 สิงหาคม 2569

333 2569
     วันที่ 18 สิงหาคม 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ในการวางพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระสยามเทวมหามงกุฎวิทยามหาราช รัชกาลที่ 4 “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” เนื่องใน “วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ” ณ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร
        ในการนี้ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานวางพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” ในนามกระทรวง อว. โดยมีนายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง อว. ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. นางสาววราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัดกระทรวง อว. ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. ดร.วันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. คณะผู้บริหาร รอรับผู้แทนพระองค์ พร้อมเข้าร่วมวางพานพุ่มดอกไม้สด เพื่อร่วมแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
      โอกาสนี้ ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมวิทย์ฯ บริการ เข้าร่วมพิธีดังกล่าว เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” พร้อมทั้งน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงวางรากฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์ให้แก่สังคมไทย ซึ่ง “วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ” จึงนับเป็นวันสำคัญที่สะท้อนถึงคุณูปการด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม อันเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ดูรูปภาพเพิ่มเติมคลิก>>

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศูนย์สื่อสารยุทธศาสตร์ สำนักงานเลขานุการกรม : กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

เลขที่ 75/7 ถนนพระรามที่ 6 ราชเทวีกรุงเทพฯ 10400 โทร 0 2201 7095-8 โทรสาร 0 2201 7470 e-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

www.facebook.com/DSSTHAISCIENCE , www.facebook.com/ScienceDoctor

(ข่าวที่332/2569)กรมวิทยาศาสตร์บริการ รับใบสำคัญการแต่งตั้งเป็นหน่วยตรวจสอบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และร่วมสัมมนายกระดับห้องปฏิบัติการสู่หน่วยตรวจสอบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมตามมาตรา 5

332 2569

     วันที่ 18 สิงหาคม 2569 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) โดย นางพจมาน ท่าจีน รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ รับใบสำคัญการแต่งตั้งเป็นหน่วยตรวจสอบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้แก่ วศ. ซึ่งออกให้ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 โดยมีผู้บริหารและผู้แทนกรมวิทยาศาสตร์บริการเข้าร่วมรับมอบ
    การได้รับการแต่งตั้งดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของ วศ. ในการให้บริการด้านการตรวจสอบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่กำหนด พร้อมทั้งเป็นการสนับสนุนภารกิจด้านการพัฒนาระบบมาตรฐานของประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคอุตสาหกรรมและผู้บริโภคในด้านคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
   ในงานดังกล่าว นายเดช บัวคลี่ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาเครือข่ายวิทยาศาสตร์บริการ ยังได้เข้าร่วมเวทีเสวนา “ความสำคัญของการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยตรวจสอบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ตามมาตรา 5 ของ สมอ.” โดยนำเสนอบทบาทของ วศ. ในฐานะหน่วยงานส่งเสริมและพัฒนาความสามารถห้องปฏิบัติการให้เข้าสู่ระบบคุณภาพและมาตรฐาน และกลไกเสริมระบบการยอมรับความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบของกรมวิทยาศาสตร์บริการ DSS Recognized Laboratory ที่ห้องปฏิบัติการของหน่วยงานภาครัฐ และสถาบันอุดมศึกษาสามารถใช้การยื่นขอแต่งตั้งเป็นหน่วยตรวจสอบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มาตรา 5 ได้ทันที
   ทั้งนี้ วศ. มุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการและบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการให้บริการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สนับสนุนภาคอุตสาหกรรม และเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศอย่าง

ดูรูปภาพเพิ่มเติมคลิก>>

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศูนย์สื่อสารยุทธศาสตร์ สำนักงานเลขานุการกรม : กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

เลขที่ 75/7 ถนนพระรามที่ 6 ราชเทวีกรุงเทพฯ 10400 โทร 0 2201 7095-8 โทรสาร 0 2201 7470 e-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

www.facebook.com/DSSTHAISCIENCE , www.facebook.com/ScienceDoctor

  1. (ข่าวที่331/2569)กรมวิทยาศาสตร์บริการ เข้าร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 3 ปี กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสิ่งแวดล้อม
  2. (ข่าวที่330/2569)วศ. ขับเคลื่อน “ลมใต้ปีกนวัตกรรมไทย” สู่ภาคใต้ ต่อยอดความร่วมมือ 5 หน่วยงานรัฐ นำ “มาตรฐานและการรับรอง” ผลักดันงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์
  3. (ข่าวที่329/2569)วศ. อว. เดินหน้าจัดประชุมคณะอนุกรรมการรับรองความสามารถบุคลากร ยกระดับมาตรฐานการควบคุมและจัดการสารเคมีในห้องปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ 2569
  4. (ข่าวที่328/2569)วศ.อว. ดูแลสุขภาพบุคลากร จัดตรวจสุขภาพประจำปี 2569
  5. (ข่าวที่327/2569)เปิดแล้ว!! “มหกรรมวิทย์ ’69” วศ.อว. ร่วมเปิดโลกการเรียนรู้ด้านประสาทสัมผัสอาหาร โชว์การจำลองศูนย์ชิมมาตรฐาน “DSS Taste The Future… ทุกรสชาติ วิทยาศาสตร์อยู่เบื้องหลัง”
  6. (ข่าวที่326/2569)วศ. เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการฝึกอบรมด้านเครื่องมือแพทย์ ประเมินหลักสูตร “การสอบเทียบเครื่องวัดความดันโลหิต” มุ่งสู่หน่วยฝึกอบรมมาตรฐานอาชีพของ สคช.
  7. (ข่าวที่325/2569)กรมวิทยาศาสตร์บริการ ลุยลงพื้นที่ส่งมอบ "น้ำสะอาด-ปลอดภัย" ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน
  8. (ข่าวที่324/2569)วศ. ร่วมกับ อบจ. เชียงราย ลงพื้นที่เฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน เร่งยกระดับความปลอดภัยและความมั่นใจให้ประชาชน
  9. (ข่าวที่323/2569)วศ. เดินหน้าสร้างเสริมสุขภาวะบุคลากร จัดทำ IDP เชื่อมโยงการพัฒนารายบุคคลสู่ระดับองค์กร
  10. (ข่าวที่322/2569)วศ.อว. ให้ความร่วมือสำนักงานเขตบางนา เก็บตัวอย่างน้ำจากลำรางสาธารณะ ส่งแลปตรวจสอบรอพิสูจน์ผล เพื่อแก้ปัญหาข้อร้องทุกข์ ปชช. หลังพบสีของน้ำไม่เป็นธรรมชาติ