🕛 วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569
📍 ณ โรงเรียนตะกั่วป่า เสนานุกูล อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา
กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) โดยคณะทำงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.-วศ.) ร่วมกับทีมวิจัยจากกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ (ทว.) ศูนย์ห้องปฏิบัติการอ้างอิงชีวภาพ (ศอภ.) สถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ (สอช.) เดินทางเข้าพบผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนตะกั่วป่า เสนานุกูล เพื่อบูรณาการความร่วมมือทางวิชาการในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรท้องถิ่น ในวันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ.2569
จากการหารือร่วมกับ นายสาธิต วรรณพบ รองผู้อำนวยการโรงเรียนตะกั่วป่า เสนานุกูล พบข้อมูลที่น่ากังวลเกี่ยวกับ ผักลิ้นห่าน (ชื่อวิทยาศาสตร์ Launaea sarmentosa) ซึ่งเป็นพืชล้มลุกพื้นถิ่นที่มีความสำคัญทางระบบนิเวศและเศรษฐกิจ โดยปัจจุบันเผชิญสภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างรุนแรง (Critically Endangered) เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและกิจกรรมทางมนุษย์ ดังนี้:
– ภัยคุกคามทางธรรมชาติ: ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งจากการเปลี่ยนทิศทางของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ คลื่นลมแรง และระดับน้ำทะเลหนุนสูง โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอตะกั่วป่า (เกาะคอเขา, หาดนางทอง) และอำเภอท้ายเหมือง
-ปัจจัยจากการพัฒนา: การขยายตัวของภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและการเปลี่ยนแปลงสิทธิครอบครองที่ดิน ส่งผลให้ระบบนิเวศหาดทรายซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยหลักถูกทำลายลง
นวัตกรรมการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ: ทางรอดของผักลิ้นห่าน
โรงเรียนตะกั่วป่า เสนานุกูล ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ยกระดับสู่การเป็น ศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช (Plant Tissue Culture) ในระดับภูมิภาค โดยใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในการขยายพันธุ์ผักลิ้นห่าน เพื่อรักษาสายพันธุ์บริสุทธิ์และเตรียมความพร้อมสู่การส่งเสริมให้เป็นสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในอนาคต
การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องอย่างมีนัยสำคัญกับแผนแม่บท อพ.สธ. ระยะ 5 ปีที่เจ็ด (พ.ศ. 2565 เป็นต้นมา) ที่กรมวิทยาศาสตร์บริการมุ่งเน้นการส่งเสริมเยาวชนและชุมชนให้เกิดความตระหนักในการรักษาทรัพยากรไทย
แนวทางการดำเนินงานในระยะต่อไป
คณะทำงานฯ ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างผักลิ้นห่านจากแปลงอนุรักษ์ภายในโรงเรียนและพื้นที่ธรรมชาติในอำเภอท้ายเหมือง เพื่อส่งเข้าทดสอบทางห้องปฏิบัติการในประเด็นหลัก ดังนี้:
– การวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการ (Nutritional Profiling): เพื่อระบุสารอาหารและแร่ธาตุสำคัญ
– การวิเคราะห์องค์ประกอบสารสำคัญ (Phytochemical Analysis): เพื่อหาแนวทางการพัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง
ข้อมูลเชิงวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการจะถูกนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ (Evidence-based data) ในการวางแผนการวิจัยเชิงลึก เพื่อการอนุรักษ์อย่างยั่งยืนและการสร้างรายได้หมุนเวียนให้แก่ชุมชนบนฐานทรัพยากรชีวภาพต่อไป









