
กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) โดย กลุ่มนโยบายและยุทธศาสตร์ สถาบันยุทธศาสตร์และแผนวิทยาศาสตร์บริการ (นย.สยผ.) จัดการอภิปรายเพื่อกลั่นกรองและให้ข้อเสนอแนะแผนงาน/โครงการวิจัยและพัฒนาของ วศ. ประจำปีงบประมาณ 2571 ระหว่างวันที่ 4–14 สิงหาคม 2569 ณ กรมวิทยาศาสตร์บริการ และผ่านระบบ Zoom โดยมี ดร.กนิษฐ์ ตะปะสา นักวิทยาศาสตร์ทรงคุณวุฒิ เป็นประธานการอภิปรายฯ พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานวิจัยภาครัฐ องค์การมหาชน และสถาบันอุดมศึกษา รวม 10 ท่าน ร่วมพิจารณาให้ข้อคิดเห็นในมิติทางวิชาการ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนประเมินความคุ้มค่าของแผนงาน/โครงการผ่านแนวคิด Impact Pathway และ Business Model Canvas
การอภิปรายฯ ครอบคลุม 5 แผนงานวิจัยสำคัญ ได้แก่ 1) การวิจัยอาหารแห่งอนาคตและเศรษฐกิจชีวภาพมูลค่าสูง 2) การวิจัยสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจสีเขียว และสังคมคาร์บอนต่ำ 3) การวิจัยระบบอัจฉริยะ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีดิจิทัล 4) การวิจัยวัสดุขั้นสูงและนวัตกรรมทางการแพทย์ และ 5) การวิจัยนวัตกรรมเชิงพื้นที่เพื่อเศรษฐกิจยั่งยืน
ผู้ทรงคุณวุฒิเน้น “บูรณาการงานวิจัย–ตอบโจทย์ประเทศ–ใช้ประโยชน์ได้จริง”
จากการอภิปรายและให้ข้อเสนอแนะ ผู้ทรงคุณวุฒิได้เสนอแนวทางสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพแผนงานและโครงการวิจัยของ วศ. โดยสามารถสรุปเป็นประเด็นสำคัญได้ ดังนี้
1. ยกระดับการออกแบบแผนงานจากโครงการย่อยสู่เป้าหมายร่วมที่ชัดเจน
ผู้ทรงคุณวุฒิเห็นด้วยกับแนวทางการรวมโครงการย่อยเป็นแผนงานขนาดใหญ่ แต่ควรสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกิจกรรมให้เป็นกระบวนการเดียวกัน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าผลลัพธ์จากโครงการหนึ่งจะส่งต่อไปสู่โครงการหรือกิจกรรมอื่นอย่างไร โดยแผนงานควรมีเป้าหมายร่วม ตัวชี้วัดผลลัพธ์ และการจัดลำดับความสำคัญที่ชัดเจน ไม่ใช่เพียงการนำ KPI ของแต่ละโครงการย่อยมารวมกัน
2. มุ่งวิจัยจาก “ความต้องการของผู้ใช้” และ Pain Point ของประเทศ
ผู้ทรงคุณวุฒิเน้นให้ปรับแนวคิดการจัดทำข้อเสนอโครงการจากการขับเคลื่อนด้วยความเชี่ยวชาญหรือองค์ความรู้ที่มีอยู่ของนักวิจัย (Supply-Driven) ไปสู่การตอบสนองความต้องการจริงของผู้ใช้ประโยชน์ ตลาด หน่วยงานกำกับดูแล และปัญหาสำคัญของประเทศ (Demand-Driven) โดยควรมีข้อมูล Need Assessment หลักฐานจากผู้ใช้ประโยชน์หรือผู้ประกอบการ และข้อมูลตลาดรองรับการกำหนดโจทย์วิจัย เพื่อให้ผลงานได้รับการยอมรับและเกิดการนำไปใช้จริง
3. ใช้จุดแข็งและโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของ วศ. ให้เกิดความโดดเด่น
ผู้ทรงคุณวุฒิเสนอให้ วศ. มุ่งเน้นโจทย์ที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ เครื่องมือ และโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีศักยภาพสูง โดยหลีกเลี่ยงงานที่หน่วยงานอื่นสามารถดำเนินการได้ และควรสร้างความชัดเจนว่า “ทำไมต้องเป็น วศ.” เพื่อให้การลงทุนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของกรมสร้างคุณค่าและความแตกต่างอย่างแท้จริง รวมถึงการใช้ศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพของประเทศ (NQI) เช่น การยกระดับห้องปฏิบัติการและการจัดทำวัสดุอ้างอิง (RM) เพื่อปิดช่องว่างของระบบและลดต้นทุนการส่งตัวอย่างไปตรวจสอบในต่างประเทศ
4. ยกระดับงานวิจัยสู่ผลลัพธ์และผลกระทบที่วัดได้
ผู้ทรงคุณวุฒิเน้นว่า การประเมินความสำเร็จไม่ควรพิจารณาเฉพาะ Output เช่น จำนวนผู้เข้ารับการอบรมหรือจำนวนผลงาน แต่ควรแสดง Outcome และ Impact ที่เกิดขึ้นจริง เช่น การลดต้นทุน การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การลดการส่งตัวอย่างไปตรวจต่างประเทศ หรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้ประโยชน์ พร้อมกำหนดสมมติฐานและตัวเลขเป้าหมายที่สามารถติดตามและประเมินผลได้
5. เพิ่มความเข้มแข็งด้านการประเมินความคุ้มค่าและผลกระทบในมิติต่าง ๆ
การประเมินความคุ้มค่าควรอยู่บนฐานข้อมูลและหลักวิชาการ โดยเฉพาะการวิเคราะห์สถานการณ์คู่เทียบ (Counterfactual) เพื่อแสดงให้เห็นว่าหากไม่มีโครงการ ประเทศหรือผู้ใช้ประโยชน์จะได้รับผลกระทบอย่างไร รวมทั้งต้องคำนึงถึงผลประโยชน์สุทธิ (Net Change) ต้นทุนเทคโนโลยี ปัจจัยส่วนขาด (Deadweight)
และหลีกเลี่ยงการนับผลประโยชน์ซ้ำซ้อน (Double Counting) เพื่อให้การประเมิน SROI/ผลกระทบมีความน่าเชื่อถือและสะท้อนผลที่เกิดขึ้นจริง
6. ยกระดับคุณภาพข้อเสนอโครงการด้วยข้อมูลวิชาการและเทคโนโลยีที่ทันสมัย
ผู้ทรงคุณวุฒิให้ความสำคัญกับการทบทวนวรรณกรรมและข้อมูลอ้างอิงที่เป็นระบบ เพื่อยืนยันความทันสมัย ความจำเป็น และความแตกต่างของโจทย์วิจัย รวมถึงการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและทันสมัย ณ ช่วงเวลาที่เริ่มดำเนินโครงการ โดยเฉพาะเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ การใช้ AI ในการจัดทำข้อเสนอโครงการควรอยู่ภายใต้การตรวจสอบและกลั่นกรองโดยนักวิจัย พร้อมให้ความสำคัญกับความถูกต้องของข้อมูลและแหล่งอ้างอิงทางวิชาการ
7. ออกแบบงานวิจัยแบบครบวงจรและมองผลกระทบตลอดวัฏจักรของการดำเนินงาน
สำหรับงานด้านการตรวจสอบ การวัด และวิเคราะห์ ผู้ทรงคุณวุฒิชี้ให้เห็นความสำคัญของกระบวนการตั้งแต่การเก็บตัวอย่าง วิธีการเก็บ จุดเก็บ และความถี่ในการเก็บตัวอย่าง ไม่ควรพิจารณาเฉพาะความถูกต้องของเครื่องมือหรือผลวิเคราะห์ปลายทางเท่านั้น นอกจากนี้ ควรพิจารณาผลกระทบตลอดวัฏจักรชีวิต (Life Cycle) ของเทคโนโลยีหรือวัสดุ เพื่อให้สามารถป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว และพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์เชิงระบบมากขึ้น
8. เชื่อมโยงงานวิจัยกับเครือข่ายและมาตรฐานระดับนานาชาติ
ผู้ทรงคุณวุฒิเสนอให้ วศ. เพิ่มบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมตั้งแต่กระบวนการพัฒนาวิธีทดสอบและมาตรฐานระดับสากล แทนการดำเนินงานเฉพาะภายในประเทศ เพื่อยกระดับบทบาทของ วศ. ในฐานะหน่วยงานอ้างอิงด้านวิทยาศาสตร์ วิเคราะห์ ทดสอบ และปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์อื่น ๆ
ของประเทศ พร้อมทั้งปรับโจทย์วิจัยให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและสถานการณ์โลก
9. กำหนดกรอบเวลาและการบริหารจัดการให้คล่องตัว เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ทันสถานการณ์
ผู้ทรงคุณวุฒิเสนอให้พิจารณาระยะเวลาดำเนินงานให้เหมาะสมกับธรรมชาติของงานวิจัยและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี โดยบางประเด็นอาจต้องเร่งรัดให้เห็นผลภายใน 2–3 ปี และควรจัดลำดับความสำคัญเป็นระยะหรือเฟส เพื่อให้เห็นเส้นทางการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ควรมีกลไกบริหารระดับแผนงาน เช่น งบประมาณสำหรับติดตามและแก้ไขปัญหาระหว่างดำเนินงาน รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิประจำแผนงานเพื่อให้คำแนะนำและเชื่อมโยงความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
10. วางแผนความยั่งยืนและการนำผลงานไปใช้ประโยชน์หลังสิ้นสุดโครงการ
ทุกโครงการควรแสดงแนวทางการดำเนินงานต่อเนื่องหลังสิ้นสุดระยะเวลาวิจัยอย่างชัดเจน ทั้งหน่วยงานหรือกลุ่มผู้รับผิดชอบที่จะนำผลงานไปใช้ การขยายผล และกลไกสนับสนุนในระยะต่อไป เพื่อให้ผลงานวิจัยสามารถก้าวจากการพัฒนาไปสู่การใช้ประโยชน์จริงและไม่สิ้นสุดลงพร้อมกับโครงการ
“เดินหน้าปรับแผนวิจัยให้ตอบโจทย์ประเทศและสร้างผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม”
การอภิปรายและข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิในครั้งนี้ จะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับ วศ. ในการนำไปปรับปรุงแผนงาน/โครงการวิจัยและพัฒนาประจำปีงบประมาณ 2571 ให้มีความสอดคล้องกับข้อกำหนดของแหล่งทุน กองทุน ววน. (FF/ST/SF) มีความชัดเจน เชื่อมโยงเป็นระบบ มุ่งตอบสนองความต้องการของประเทศและผู้ใช้ประโยชน์ ตลอดจนสามารถสร้างผลลัพธ์และผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับบทบาทของ วศ. ในการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพด้านการตรวจสอบและรับรอง และการยกระดับมาตรฐานปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ของประเทศ
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นรวม 5 ครั้ง ครอบคลุมทั้ง 5 แผนงานวิจัย มีผู้เข้าร่วมรวมมากกว่า 330 คน แบ่งเป็นผู้เข้าร่วม ณ สถานที่จัดงาน 195 คน และผ่านระบบออนไลน์ 135 คน สะท้อนถึงความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของผู้บริหาร นักวิจัย บุคลากรที่เกี่ยวข้อง และผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วนในการร่วมกันยกระดับทิศทางการวิจัยและพัฒนาของ วศ.
วศ. มุ่งมั่นนำข้อคิดเห็นและองค์ความรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิมาพัฒนางานวิจัยให้มีคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ และนำไปสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง เพื่อสร้างคุณค่าและผลกระทบที่ยั่งยืนต่อเศรษฐกิจ สังคม และประชาชนต่อไป
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศูนย์สื่อสารยุทธศาสตร์ สำนักงานเลขานุการกรม : กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เลขที่ 75/7 ถนนพระรามที่ 6 ราชเทวีกรุงเทพฯ 10400 โทร 0 2201 7095-8 โทรสาร 0 2201 7470 e-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
www.facebook.com/DSSTHAISCIENCE , www.facebook.com/ScienceDoctor

