
กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (วศ.อว.) โดยทีมนักวิทยาศาสตร์จากศูนย์ข้อมูลวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ (ศวอ.) สถาบันวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีชุมชน (สทช.) ได้ลงพื้นที่จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “การใช้สารกั้นสีจากวัสดุธรรมชาติสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าบาติก” แก่ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ด้านผ้าบาติก ณ ที่ทำการวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสตรีแม่บ้านองค์การบริหารส่วนตำบลคลองท่อมเหนือ ตำบลคลองท่อมเหนือ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ระหว่างวันที่ 15 – 17 พฤษภาคม 2569
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ในการใช้กาวแป้งกั้นสี ซึ่งเป็นวัสดุกั้นสีจากธรรมชาติทดแทนการใช้เทียนบาติกที่เป็นวัสดุที่ได้จากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีซึ่งมีไอระเหยและกลิ่นของเทียนระหว่างการเขียนลวดลาย ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษและผลกระทบต่อทั้งตัวผู้ผลิตและสิ่งแวดล้อม เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทีมนักวิจัย ศวอ. จึงได้พัฒนาวัสดุชีวภาพทดแทนเทียนบาติกเรียกว่า “กาวแป้งกั้นสี” โดยกาวแป้งจะถูกนำมาทาลงบนแผ่นพลาสติกฉลุลายคล้ายกับการสกรีนลวดลายลงบนเสื้อผ้า ช่วยประหยัดต้นทุนด้านงบประมาณในการผลิตแม่พิมพ์ อีกทั้งยังช่วยทุ่นแรงจากการใช้แม่พิมพ์ที่ผลิตจากโลหะซึ่งมีน้ำหนักมาก
นอกจากนี้ การใช้กาวแป้งกั้นสียังเป็นการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการผลิตผ้าบาติกอีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนการผลิต เนื่องจากวัสดุที่ใช้มีส่วนผสมเป็นแป้งข้าวเหนียวและรำข้าว สามารถย่อยสลายและกลายเป็นปุ๋ยธรรมชาติ ยกระดับการผลิตสิ่งทอชุมชนให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมชุมชนสู่เศรษฐกิจสีเขียว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการตลาดอย่างยั่งยืน
วศ. เดินหน้าสนับสนุนชุมชนไทย ด้วยพลังวิทยาศาสตร์ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด "เรานำวิทยาศาสตร์ สู่การดูแลประชาชน"
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศูนย์สื่อสารยุทธศาสตร์ สำนักงานเลขานุการกรม : กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เลขที่ 75/7 ถนนพระรามที่ 6 ราชเทวีกรุงเทพฯ 10400 โทร 0 2201 7095-8 โทรสาร 0 2201 7470 e-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
www.facebook.com/DSSTHAISCIENCE , www.facebook.com/ScienceDoctor

