
💻 ชื่อทีม : NIRL CORE+
แปลความหมาย
Coordination = การประสานงาน
Organization = การจัดการอย่างเป็นระบบ
Reliability = ความน่าเชื่อถือ/ความไว้วางใจได้
Efficiency = ประสิทธิภาพ
CORE+ คือ “แกนหลักที่ขับเคลื่อนงานบริหารด้วยการประสานงานที่เป็นระบบ น่าเชื่อถือ และมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้”

🎯 เป้าหมาย
เพื่อพัฒนาและเชื่อมโยงระบบข้อมูลด้านการบริหารจัดการการใช้จ่ายงบประมาณ การให้บริการวิเคราะห์ ทดสอบ และสอบเทียบ การบริหารจัดการเครื่องมือวิทยาศาสตร์ และการจัดการสารเคมีของ สอช. ให้เป็นระบบบูรณาการเดียวกัน เพื่อสนับสนุนการวางแผน การควบคุม และการติดตามผลการดำเนินงานให้มีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และสะดวกต่อการเข้าถึงข้อมูล ลดภาระงานเอกสารและขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ซ้ำซ้อน ตลอดจนสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวิเคราะห์แนวโน้ม และประกอบการวางแผนด้านงบประมาณ การให้บริการวิเคราะห์ ทดสอบ และสอบเทียบ การสอบเทียบเครื่องมือวิทยาศาสตร์ และการจัดการสารเคมีในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า

🧑🔬 จำนวนสมาชิก : 9 คน

🔗 ความสอดคล้องกับ PMQA
หมวด 2: การใช้ดิจิทัลเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่และการคาดการณ์ผลการดำเนินงานที่อาจจะเกิดขึ้น
หมวด 4: การใช้ดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและการเปิดเผยข้อมูล (Open Data)
หมวด 4: การจัดการความรู้อย่างเป็นระบบและการเชื่อมโยงองค์ความรู้ภายใน–ภายนอก
หมวด 6: การสร้างนวัตกรรมภาครัฐที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างผลกระทบสูง
🔔 ปัญหา/ความต้องการ
ด้านการใช้จ่ายงบประมาณ
ในปีงบประมาณ 2568 สอช. ประสบปัญหาในการควบคุมและบริหารการใช้จ่ายงบประมาณของโครงการให้เป็นไปตามหมวดรายจ่าย กรอบระยะเวลา และเป้าหมายการเบิกจ่ายที่กำหนดไว้ โดยพบว่าการใช้เงินในบางหมวดรายจ่ายไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ อันเนื่องมาจากความต้องการที่เปลี่ยนแปลงระหว่างการดำเนินโครงการ ทำให้หลายโครงมีการใช้จ่ายเกินหมวดที่ตั้งไว้หลายโครงการ ทำให้หลายภาคส่วนต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้งบประมาณโครงการเป็นไปตามกรอบที่ตั้งไว้ นอกจากนี้ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่มีหลายขั้นตอนและต้องดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด ทำให้การดำเนินงานบางรายการไม่สามารถแล้วเสร็จได้ทันตามกรอบระยะเวลาการใช้เงินของปีงบประมาณ การติดตามผลการเบิกจ่ายงบประมาณยังขาดระบบข้อมูลที่เชื่อมโยงและเป็นปัจจุบัน ทำให้ผู้บริหารและหัวหน้าโครงไม่สามารถเห็นภาพรวมสถานะการใช้เงินในแต่ละหมวดรายจ่ายได้อย่างทันท่วงที ส่งผลให้การควบคุมกำกับและการตัดสินใจเชิงบริหารขาดประสิทธิภาพ และอาจกระทบต่อการบรรลุเป้าหมายตัวชี้วัดด้านการเบิกจ่ายงบประมาณของหน่วยงาน นอกจากนี้ ยังสามารถนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และประมวลผลเพื่อใช้ประกอบการคาดการณ์แนวโน้มและวางแผนการบริหารจัดการด้านการจัดซื้อจัดจ้างภายใน สอช. ในปีงบประมาณถัดไป อันจะช่วยให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความคุ้มค่า และสอดคล้องกับวงเงินงบประมาณที่ได้รับอย่างจำกัด
ด้านงานบริการวิเคราะห์/ทดสอบ/สอบเทียบ
เป็นหนึ่งในภารกิจหลักของ สอช. โดยในบางรายการมีปริมาณงานที่มาก ขณะที่ทรัพยากรบุคคลและเครื่องมือมีจำกัด ทำให้เกิดปัญหางานค้างสะสม ระยะเวลารอคอยผลทดสอบยาวนาน และไม่สามารถให้บริการได้ทันตามความต้องการของผู้รับบริการในบางช่วงเวลา ส่งผลกระทบต่อความพึงพอใจและภาพลักษณ์ของหน่วยงาน ระบบการรับงาน การติดตามสถานะ และการรายงานผลยังไม่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ในรูปแบบเอกสารหรือไฟล์แยกส่วน ทำให้การสืบค้นข้อมูลย้อนหลัง การตรวจสอบความถูกต้อง และการจัดทำรายงานสรุปผลดำเนินงานทำได้ยากและใช้เวลานาน เพิ่มความเสี่ยงต่อความคลาดเคลื่อนของข้อมูล นอกจากนี้ยังสามารถนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และประมวลผลเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาแนวโน้มการให้บริการวิเคราะห์ ทดสอบ และสอบเทียบในอนาคต โดยประเมินว่ารายการใดมีความสำคัญ มีความคุ้มค่า และมีความจำเป็นต้องให้บริการอย่างต่อเนื่อง หรือควรพัฒนาความร่วมมือและสร้างเครือข่ายการให้บริการร่วมกับหน่วยงานภายนอก รวมทั้งใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการพิจารณางดการให้บริการในรายการที่ไม่สอดคล้องกับภารกิจหรือไม่ก่อให้เกิดความคุ้มค่าในการดำเนินงานต่อไป
ด้านเครื่องมือวิทยาศาสตร์
มีภาระค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา สอบเทียบ และซ่อมแซมต่อปีในระดับสูง โดยเฉพาะเครื่องมือที่มีอายุการใช้งานยาวนานและต้องใช้อะไหล่เฉพาะทาง ส่งผลให้ต้นทุนการดูแลรักษาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกระทบต่อการบริหารงบประมาณในภาพรวม นอกจากนี้ การดำเนินการตามแผนการสอบเทียบเครื่องมือยังมีข้อจำกัดด้านการวางแผนล่วงหน้า การติดตามรอบระยะเวลา และการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับกำหนดการสอบเทียบ ทำให้บางครั้งเสี่ยงต่อการสอบเทียบไม่เป็นไปตามรอบที่กำหนด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความถูกต้องแม่นยำของผลการทดสอบและความน่าเชื่อถือของผลการทดสอบ
ด้านการบริหารจัดการสารเคมีและความปลอดภัย
การบริหารจัดการสารเคมียังประสบปัญหาความซ้ำซ้อนในการจัดซื้อ อันเนื่องมาจากการขาดฐานข้อมูลกลางที่เป็นปัจจุบันและเชื่อมโยงกันระหว่างกลุ่มงานและศูนย์ฯ ส่งผลให้มีการสั่งซื้อสารเคมีชนิดเดียวกันในปริมาณเกินความจำเป็น ขณะที่บางรายการยังมีคงเหลืออยู่ในคลัง ทั้งนี้ การวางแผนจัดซื้อที่ไม่สอดคล้องกับอัตราการใช้งานจริง ทำให้เกิดปริมาณสารเคมีคงเหลือสูง และในหลายกรณีสารเคมีมีอายุการเก็บรักษาจำกัด ส่งผลให้หมดอายุก่อนนำไปใช้งาน ก่อให้เกิดความสูญเสียงบประมาณโดยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ การติดตามปริมาณคงคลังและวันหมดอายุยังไม่เป็นระบบและไม่สามารถตรวจสอบได้แบบทันเวลา ทำให้การบริหารงบประมาณขาดประสิทธิภาพ และเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการกำจัดของเสียอันตรายตามข้อกำหนดของกฎหมาย ปัญหาดังกล่าวสะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบบริหารจัดการสารเคมีแบบบูรณาการ ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลการจัดซื้อ คงคลัง การใช้งาน และการควบคุมงบประมาณเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อลดความซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ป้องกันการสูญเสียงบประมาณในระยะยาว
จากปัญหาดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบการจัดการแบบบูรณาการที่เชื่อมโยงข้อมูล กระบวนการ และการกำกับติดตามเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการวางแผนเชิงรุก การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสนับสนุนการดำเนินงาน ยกระดับประสิทธิภาพ ความโปร่งใส ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นต่อระบบการบริหารจัดการของสถาบันฯ

🔬 วิธีการ/ขั้นตอน
การพัฒนาระบบการตรวจสอบและติดตามข้อมูลเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการองค์กร โดยเฉพาะในหน่วยงานที่มีภารกิจหลากหลายและเกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ระบบดังกล่าวจะช่วยให้ผู้บริหารสามารถกำกับติดตามผลการดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบ โปร่งใส และทันต่อสถานการณ์ ดังนั้น การพัฒนาระบบจึงควรดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนและมีกรอบแนวคิดที่ชัดเจน
ขั้นตอนแรก
คือ การศึกษาวิเคราะห์สภาพปัจจุบันของกระบวนการทำงานและระบบข้อมูลที่มีอยู่ โดยทบทวนขั้นตอนการดำเนินงานในแต่ละด้าน วิเคราะห์จุดอ่อน ความซ้ำซ้อน และช่องว่างของข้อมูล ตลอดจนสำรวจความต้องการข้อมูลของผู้ใช้งานและผู้บริหาร เพื่อให้ทราบถึงปัญหาและความจำเป็นที่แท้จริงก่อนออกแบบระบบใหม่
ขั้นตอนที่สอง
คือ การกำหนดวัตถุประสงค์และตัวชี้วัดความสำเร็จของระบบให้ชัดเจน เช่น ความถูกต้องของข้อมูล ความครบถ้วน ความทันเวลา และความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับได้ พร้อมทั้งกำหนดรูปแบบรายงานหรือแดชบอร์ดที่สามารถสะท้อนผลการดำเนินงานได้อย่างชัดเจนและเข้าใจง่าย
ขั้นตอนที่สาม
คือ การออกแบบโครงสร้างระบบและฐานข้อมูลให้มีความเชื่อมโยงกันอย่างบูรณาการ โดยกำหนดกระบวนการไหลของข้อมูลที่ชัดเจน ระบุหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บันทึกและผู้ตรวจสอบข้อมูล รวมถึงกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลตามระดับหน้าที่ เพื่อสร้างความถูกต้องและความปลอดภัยของข้อมูล
ขั้นตอนที่สี่
คือ การพัฒนาและนำระบบไปทดลองใช้ โดยอาจเริ่มจากการทดสอบในบางหน่วยงานหรือบางกระบวนงาน เพื่อประเมินความเหมาะสมและแก้ไขข้อบกพร่องก่อนขยายผลใช้งานเต็มรูปแบบ ควบคู่กับการจัดอบรมบุคลากรให้มีความเข้าใจในมาตรฐานการบันทึกข้อมูลและการใช้ระบบอย่างถูกต้อง
ขั้นตอนสุดท้าย
คือ การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการใช้งานระบบอย่างต่อเนื่อง โดยเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับตัวชี้วัดที่กำหนด รับฟังข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งาน และนำผลการประเมินมาปรับปรุงระบบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ควรดำเนินการภายใต้หลักการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ระบบสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงขององค์กรในอนาคต

🔑 ตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI)
ร้อยละการเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปตามแผนและกรอบระยะเวลาที่กำหนด
เป้าหมาย: ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ต่อปีงบประมาณ
ร้อยละงานบริการวิเคราะห์ทดสอบ/สอบเทียบที่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด
เป้าหมาย: ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของงานทั้งหมด
ร้อยละของการลดการค่าใช้จ่ายการจัดซื้อและการกำจัดสารเคมี
เป้าหมาย: ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20

🕧 ระยะเวลา
9 เดือน ตุลาคม 2568 – กรกฎาคม 2569
💡 การใช้ประโยชน์
ระดับกรม
☎️ การติดต่อ
อีเมลผู้ประสานงานทีม * tavatchai@dss.go.th นายธวัชชัย โสภณธนานนท์ นักวิทยาศาสตร์ปฏิบัติการ 0 2201 7307


