ภาษาไทย | English 
     
 
  
 
 
ภาพข่าวกิจกรรม
 
  หน้าแรก
การดำเนินการโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ความเป็นมา
           โครงการ อพ.สธ. ได้เริ่มดำเนินงานในปี พ.ศ.2535 โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาบุคลากร อนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรพันธุกรรมพืชให้เกิดประโยชน์ถึงมหาชนชาวไทย และมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เข้าใจและเห็นความสำคัญของพันธุกรรมพืช เพื่อให้ร่วมคิด ร่วมปฏิบัติจนเกิดประโยชน์ถึงมหาชนชาวไทยและเพื่อให้มีระบบข้อมูลพันธุกรรมพืชสื่อถึงกันได้ทั่วประเทศ อพ.สธ. จึงส่งเสริมให้หน่วยงาน ที่มีหน้าที่ในการศึกษาพืชพันธุ์ ต่างๆ และบุคคลทั่วไป ได้มีโอกาสศึกษา วิจัย เก็บรวบรวมข้อมูล ความจำเพาะของสายพันธุ์พืชที่มีความหลากหลายมากในท้องถิ่นไทย รวมถึงการใช้ประโยชน์โดยเฉพาะด้านอาหารและยา ไว้เป็นหลักฐานตามหลักและวิธีการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อเป็นสื่อระหว่างกันโดยสามารถร่วมใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน และเพื่อให้การศึกษา วิจัยไม่ซ้ำซ้อน สามารถดำเนินการให้ก้าวหน้าเป็นประโยชน์ในทางวิชาการได้

            อพ.สธ. ได้กำหนดกรอบการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ระยะ 5 ปีที่สี่ (ตุลาคม พ.ศ. 2549-กันยายน พ.ศ. 2554) ดังนี้

1. กรอบการเรียนรู้ทรัพยากร เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านบริหารจัดการปกปักพันธุกรรมพืช สำรวจเก็บรวบรวมพันธุกรรมพืช และปลูกรักษาพันธุกรรมพืช

กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมปกปักพันธุกรรมพืชในเขตพื้นที่ป่าธรรมชาติ นอกเขตพื้นที่รับผิดชอบของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยสนับสนุนให้ทำการสำรวจ ทำรหัสประจำต้น และขึ้นทะเบียนพันธุกรรมในพื้นที่ป่าในสถาบันการศึกษา ป่าในศูนย์วิจัยและสถานีทดลอง ป่าที่ประชาชนร่วมใจกันปกปักรักษา

กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมสำรวจเก็บรวบรวมพันธุกรรมพืชที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงหรือสูญสิ้นจากการพัฒนา เช่น จากการทำอ่างเก็บน้ำ ทำถนน การพัฒนาเปลี่ยนแปลงจากป่าธรรมชาติเป็นพื้นที่เกษตรกรรม หรือการทำโรงงานอุตสาหกรรม การจัดทำบ้านจัดสรร ฯลฯ โดยส่งเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร ออกสำรวจเก็บรวบรวม ในรูปเมล็ด กิ่ง ต้น เป็นการดำเนินการนอกพื้นที่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้

กิจกรรมที่ 3 กิจกรรมปลูกรักษาพันธุกรรมพืช เพาะปลูกในพื้นที่ที่ปลอดภัย ในศูนย์การศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ที่มีอยู่ 6 ศูนย์ทั่วประเทศ ในพื้นที่ศูนย์วิจัยและสถานีทดลองของกรมวิชาการเกษตร พื้นที่ที่จังหวัดหรือสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมสนองพระราชดำริ มีการแลกเปลี่ยนและฝากเพาะ ขยาย พันธุ์ และดูแลรักษา

2. กรอบการใช้ประโยชน์ เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการ การดำเนินงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันและเอื้อประโยชน์ต่อกัน พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศให้เป็นเอกภาพ สมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน

กิจกรรมที่ 4 กิจกรรมอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พันธุกรรมพืช ศึกษาประเมินพันธุกรรมพืช ที่สำรวจเก็บรวบรวมมาปลูกรักษาไว้ ในสภาพธรรมชาติแปลงทดลอง ในด้านสัณฐานวิทยา ชีววิทยา สรีรวิทยา การปลูกเลี้ยง การเขตกรรม สำหรับในห้องปฏิบัติการมีการศึกษาด้านโภชนาการ องค์ประกอบ รงควัตถุ กลิ่น การใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ เพื่อศึกษาคุณสมบัติ คุณภาพ ในแต่ละสายต้น การดำเนินงานวิจัยในกิจกรรมที่ 4 นี้ เป็นการดำเนินงานโดยความร่วมมือของเจ้าหน้าที่นักวิจัยของ อพ.สธ. และนักวิจัยของหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริฯ ต่างๆ

กิจกรรมที่ 5 กิจกรรมศูนย์ข้อมูลพันธุกรรมพืช จัดตั้งธนาคารข้อมูลพันธุกรรมพืช พ.ศ. 2537 สวนจิตรลดา หอพรรณไม้ กรมป่าไม้ พิพิธภัณฑ์พืช กรมวิชาการเกษตร และพิพิธภัณฑ์พืชมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

กิจกรรมที่ 6 กิจกรรมวางแผนพัฒนาพันธุ์พืช นำข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลพันธุกรรมพืชที่ได้จากการศึกษา ประเมิน การสำรวจเก็บรวบรวม การปลูกรักษาพันธุกรรมพืชที่มีนำมาให้ผู้ทรงคุณวุฒิศึกษาและวางแผนพัฒนาพันธุ์พืช เพื่อให้มีพันธุ์ตามความต้องการในอนาคต โดยเป็นการวางแผนระยะยาว 30 ปี 50 ปี

3. กรอบการสร้างจิตสำนึก เพื่อให้เยาวชนนักเรียน นิสิตนักศึกษา และบุคคลทั่วไป ได้มีความรู้เกี่ยวกับพืชพันธุ์ไม้ และการอนุรักษ์ จนตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ของการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชที่ก่อประโยชน์ต่อมหาชนชาวไทย

กิจกรรมที่ 7 กิจกรรมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช จัดงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน งานพิพิธภัณฑ์พืช เพื่อเป็นสื่อในการสร้างจิตสำนึกด้านอนุรักษ์พันธุกรรมพืช โดยให้เยาวชนนั้นได้ใกล้ชิดกับพืชพรรณไม้ เห็นคุณค่าประโยชน์ ความสวยงาม อันจะก่อให้เกิดสำนึกในการอนุรักษ์พรรณพืชต่อไป

กิจกรรมที่ 8 กิจกรรมพิเศษสนับสนุนการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการสนับสนุน เปิดโอกาสให้หน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมสนับสนุนงานของ อพ.สธ. ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทุนสนับสนุนในกิจกรรมต่าง ๆ ของ อพ.สธ. หรือดำเนินงานที่เกี่ยวข้องและสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของ อพ.สธ. โดยอยู่ในกรอบของแผนแม่บท เปิดโอกาสให้เยาวชนและบุคคลได้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับทรัพยากร ธรรมชาติในสาขาต่างๆ มีคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาให้คำแนะนำ และให้แนวทางการศึกษา จะเป็นผู้นำในการถ่ายทอดความรู้และสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรของประเทศให้แก่เยาวชนต่อไป

ผลการดำเนินการที่ผ่านมา

           กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ได้เข้าร่วมสนองพระราชดำริฯ ในโครงการ อพ.สธ. โดยดำเนินการในกิจกรรมที่ 4 และกิจกรรมที่ 8 โดยทำหน้าที่ด้านการวิเคราะห์ทดสอบสารอาหารและองค์ประกอบสำคัญของผลไม้ในท้องถิ่นไทยที่หายากและใกล้จะสูญพันธุ์ เช่น มะเกี๋ยง มะตูม ผลต๋าว (ลูกตาวหรือลูกชิด) เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงด้านคุณค่าทางโภชนาการ สารองค์ประกอบ รงควัตถุ วิตามินและแร่ธาตุ เพื่อการปกปักรักษาพันธุกรรมดั้งเดิมและคัดเลือกสายพันธุ์เด่น ซึ่งจะก่อประโยชน์ต่อท้องถิ่น การอนุรักษ์ และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน

วัตถุประสงค์ของโครงการ
  1. เพื่อศึกษาองค์ประกอบและคุณค่าทางโภชนาการอาหารของผลลาน
  2. เพื่อนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการอนุรักษ์พันธุ์ต้นลานในประเทศไทย
  3. เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือและการทำงานในเชิงบูรณาการด้านการอนุรักษ์พันธุ์กรรมพืชระหว่างหน่วยงานภาครัฐและชุมชนในพื้นที่
แผนการดำเนินโครงการฯ
            กรมวิทยาศาสตร์บริการได้จัดทำแผนดำเนินการโครงการโดยได้ ทำการรวบรวมข้อมูล เกี่ยวกับต้นลาน และผลลาน จากหลายแหล่ง และได้ทำการเข้าไปเก็บข้อมูล เก็บตัวอย่างผลของต้นลาน ในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ พื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ โดยจะทำการศึกษาสภาพภูมิประเทศและระบบนิเวศน์ในพื้นที่ป่าต้นลาน รวมถึงทำการเก็บตัวอย่างผลลานสดและผลลานแปรรูปตามจุดต่างๆ นำมาทำการวิเคราะห์ทดสอบหาองค์ประกอบและคุณค่าทางโภชนาการ ในรายการ ความชื้น ไขมัน กาก ใยอาหาร เถ้า น้ำตาล แคลเซียม โซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส คลอไรด์ เหล็ก สังกะสี แมกนีเซียม วิตามิน ซี บี1 บี2 บี3
รายละเอียดการดำเนินการและความก้าวหน้าของโครงการ
            การดำเนินการของโครงการใช้ระยะเวลา 2 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2553-2554 โดยมีดำเนินงานดังนี้ ปีงบประมาณ 2553 ในช่วงเดือน ตุลาคม 2552-พฤษภาคม 2553 ทางหน่วยงานได้เข้าทำการสำรวจ เก็บข้อมูลและตัวอย่างลูกลานในพื้นที่เขตพื้นที่ภาคกลางตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือดังนี้ - ภาคกลางตอนบน เข้าเข้าสำรวจและเก็บตัวอย่างลูกลานในพื้นที่ ภายในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี
ภาพที่1 : อุทยานแห่งชาติทับลาน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี
            จากการเข้าสำรวจ เก็บข้อมูลและเก็บตัวอย่างผลของต้นลาน ณ. อุทยานแห่งชาติทับลาน อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี บริเวณ บ้านทับลาน บ้านขุนศรี บ้านบุพราหมณ์ และบ้านโนนสูงมัน พบว่ามีต้นลานขนาดใหญ่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นทั้งภายในเขตอุทยานแห่งชาติ และพื้นที่โดยรอบ โดยเฉพาะบริเวณแนวภูเขาที่ล้อมรอบอุทยาน พบต้นลานขึ้นอยู่ในป่าซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ ทางระบบนิเวศน์ค่อนข้างสูง ส่วนในพื้นที่ บ้านทับลาน บ้านขุนศรี บ้านบุพราหมณ์ และบ้านโนนสูงมัน พบต้นลานขึ้นอยู่ กระจัดกระจาย ตามสวน ไร่นา และตามบริเวณบ้านที่อยู่อาศัยภายในชุมชน ส่วนใหญ่จะเป็นต้นที่มีขนาดกลาง และต้นอ่อนขนาดเล็ก
ภาพที่ 2 : สภาพพื้นที่ในเขตบริเวณอุทยานแห่งชาติทับลาน
ภาพที่ 3 : การเพาะพันธุ์กล้าลานภายในในพื้นที่เขตอุทยานฯ
ภาพที่ 4:เข้าเก็บผลลานในบริเวณเขต พื้นที่ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี
            ในพื้นที่ชุมชน อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ชาวบ้านภายในชุมชนหลายหมู่บ้าน มีการประกอบอาชีพจักรสาหัตกรรมพื้นบ้าน ที่ทำจากใบลาน เป็นรายได้หลักของชุมชน มีการจัดตั้งกลุ่มแม่บ้านจักรสาน ที่ทำจากใบลาน ส่งออกไปขายภายในประเทศและต่างประเทศ จึงมีการใช้ใบลานจากต้นลานเป็นวัตถุดิบจำนวนมากในแต่ละปี โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ที่ประกอบอาชีพดังกล่าว มีความตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พันธุ์ต้น ลาน และมีการส่งเสริมและร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯในการการปลูกต้นลานขึ้นทดแทนอยู่เสมอ
ภาพที่ 5:การนำใบลานมาจักสานและแปรรูปเป็นหัตกรรมพื้นบ้านของชุมชน บ้านทับลาน
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เข้าสำรวจเก็บข้อมูลในพื้นที่บริเวณโครงการพัฒนาป่าดงลาน 2, 3 และ 4 ในเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ตำบลนาหนองทุ่ม อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น
ภาพที่ 6:พื้นที่บริเวณโดยรอบอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน จ.ขอนแก่น
           จากการสำรวจพื้นที่บริเวณโครงการพัฒนาป่าดงลาน 2, 3 และ 4 ในเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ตำบลนาหนองทุ่ม อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น พบว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวมีต้นลาน ขึ้นอยู่น้อยมาก และกระจัดกระจายอยู่ ในบริเวณโดยรอบพื้นที่อุทยาน จะมีหนาแน่นเฉพาะบริเวณหน้าที่ทำการอุทยานฯเท่านั้น โดยต้นลานส่วนใหญ่ที่พบมีขนาดลำต้นปานกลาง และต้นอ่อนขนาดเล็ก เนื่องจากชาวบ้าน ไม่มีการนำต้นลานมาใช้ประโยชน์มากนัก ประกอบกับการทำอาชีพเกษตรกรรม พื้นที่ส่วนใหญ่จึงถูกนำมาใช้ในการเพาะปลูกพืชในเชิงเศรษฐกิจ เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ต้นลานที่เดิมขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นตามธรรมชาติ จึงมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆในแต่ละปี
ภาพที่ 7. สภาพพื้นที่ภายในในบริเวณเขตโครงการพัฒนาป่าดงลาน 2 และ 3
ภาพที่ 8 :การเข้าเก็บผลลานในพื้นที่ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น
ภาพที่ 9: ตัวอย่างผลลานที่เก็บได้ในพื้นที่ต่างๆ
ในปีงบประมาณ 2554 ในช่วงเดือนมกราคม - เมษายน 2554 จะดำเนินการเข้าสำรวจและเก็บตัวอย่างลูกลานในพื้นที่ภาคกลางและ ภาคใต้ -ภาคกลาง เข้าสำรวจเข้าสำรวจและเก็บตัวอย่างลูกลานในพื้นที่ จังหวัดนครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรี            จากการเข้าสำรวจ เก็บข้อมูลและเก็บตัวอย่างผลของต้นลาน ณ. พื้นที่ ตำบลวัดละมุด ตำบลบ้านห้วยกรดอำเภอนครชัยศรี ตำบลบ้านหลวง อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม ตำบลวังเย็น อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี ตำบลสามชุก อำเภอสามชุก ตำบลมดแดง ตำบลวังน้ำซับ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี พบว่า ในพื้นที่จังหวัด นครปฐม มีต้นลานขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น ในบริเวณแถบรอยต่อของอำเภอนครชัยศรี อำเภอดอนตูม ในพื้นที่ตำบลวัดละมุด ตำบลบ้านหลวง ตำบลบ้านห้วยกรดต้นลานที่พบ เป็นต้นลานพันธุ์ ลานก้านนวลหรือ ลานบ้าน ลำต้นมีขนาดใหญ่ ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นทั้งในพื้นที่อยู่อาศัย และพื้นที่เพาะปลูกของชาวบ้านในชุมชน เนื่องจากในพื้นที่ดังกล่าวชาวบ้านหลายครัวเรือนในชุมชนประกอบอาชีพจักรลานหรือการทำเชือกจากกาบลาน เพื่อใช้ในการมักหัวสัปปะรด และกะหล่ำปลี จึงมีการปลูกลานไว้ในพื้นที่ของตน ในพื้นที่จังหวัด ราชบุรี มีต้นลานขึ้นอยู่กระจัดกระจายในบางพื้นที่เท่านั้นเช่น ในพื้นที่ ตำบลวังเย็น อำเภอบางแพ ซึ่งพบมากในบริเวณที่รกร้าง และบริเวณบ้านบ้านที่อยู่อาศัย มีการประกอบอาชีพจักรลานและหัตกรรมพื้นบ้านในบางครอบครัวเท่านั้น และในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี จะพบต้นลานขึ้นอยู่กระจัดกระจายในพื้นที่ตำบลสามชุก อำเภอสามชุก ตำบลมดแดง ตำบลวังน้ำซับ อำเภอศรีประจันต์ ในชุมชนตำบลสามชุก อำเภอสามชุก มีการนำผลลานมาแปรรูป ลูกลานเชื่อม โดยมีการทำเป็นอุตสาหกรรมครัวเรือน
ภาพที่ 10 :สภาพพื้นที่บริเวณ ตำบลวัดละมุด ตำบลบ้านห้วยกรดอำเภอนครชัยศรี ตำบลบ้านหลวง อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม
ภาพที่ 11: การจักรลานหรือการทำเชือกจากกาบลานในชุมชน ตำบลวัดละมุด ตำบลบ้านหลวง ตำบลบ้านห้วยกรด
ภาพที่ 12 :สภาพพื้นที่บริเวณ ตำบลวังเย็น อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี
ภาพที่ 13 :การผลิตลูกลานเชื่อมใน อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี
-ภาคใต้ เข้าสำรวจและเก็บตัวอย่างลูกลานในพื้นที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช            จากการเข้าสำรวจ เก็บข้อมูลและเก็บตัวอย่างผลของต้นลาน ในพื้นที่ ตำบลหัวไทร อำเภอหัวไทร ตำบลเชียรใหญ่ อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่าในพื้นที่ อำเภอหัวไทร ปัจจุบันมีต้นลานซึ่งเป็นลานพันธุ์ลานพรุ มีขึ้นอยู่น้อยมาก พื้นที่ส่วนใหญ่ถูกนำมาใช้ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม การทำนาข้าว การเพาะเลี้ยงกุ้ง จึงพบต้นลานขึ้นอยู่เฉพาะในบางพื้นที่เท่านั้น ส่วนในพื้นที่ในอำเภอเชียรใหญ่ มีต้นลานขึ้นอยู่ค่อนข้างหนาแน่นกระจายตามพื้นที่ในเขต ตำบลเชียรใหญ่ ในบริเวณพื้นที่ตามข้างถนน และพื้นที่รกร้างที่มีน้ำท่วมขัง ชาวบ้านบางครอบครัวในชุมชนในพื้นที่ อำเภอหัวไทร อำเภอเชียรใหญ่ มีการนำลำต้นลานมาใช้ในการเพาะเลี้ยงด้วงลาน ซึ่งมีราคาแพงราวกิโลกรัมละ 200-300 บาท ต้นลานที่จะนำมาใช้ในการเพาะเลี้ยงจะเป็นต้นลานที่ตายหรือออกดอกแล้ว โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ที่ประกอบอาชีพดังกล่าวยังขาดความรู้ความเข้าใจ ในด้านการอนุรักษ์พันธุ์ลาน ต้นลานที่ขึ้นตามธรรมชาติในชุมชน จึงมีแนวโน้มที่จะลดปริมาณเรื่อยๆทุกปี
ภาพที่ 14 :สภาพพื้นที่บริเวณตำบลหัวไทร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช
ภาพที่ 15 :สภาพพื้นที่บริเวณตำบลเชียรใหญ่ อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช
ภาพที่ 16 :การเพาะเลี้ยงด้วงลานในชุมชน ตำบลหัวไทร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช